ไปหน้าหลัก
04.2 ที่ท่องเที่ยวและสถานที่น่าสนใจในอำเภอทองผาภูมิ


เขตตำบลลิ่นถิ่น

แคมป์ช้างบ้านพี่น้อง ที่หนองบาง
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบาง ตำบลลิ่นถิ่น มีกิจกรรมขี่ช้างล่องแพไม้ไผ่ในลำห้วยน้ำใสที่คดเคี้ยว บรรยากาศ
ร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ถัดขึ้นไปเล็กน้อยเป็นน้ำตกขนาดเล็กของบ้านหนองบาง พื้นที่กิจกรรมนั่งช้่าง
มีทั้งขึ้นเขาลงห้วย สร้างความสนุกสานให้กับแขกมาก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนั่งแพไม้ไผ่ไปตาม
ลำห้วยที่คดเคี้ยวร่มรื่น นับเป็นกิจกรรมนันทนาการที่ให้ทั้งความเพลิดเพลินสนุกสนาน และยัีงได้
ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างยิ่งด้วย หากสนใจในแพคเกจกิจกรรมนั่งช้าง อาบน้ำช้าง พร้อมกิจกรรม
เตรียมอาหารกลางวันหุงข้าวด้วยกระบอกไม้ไผ่ และปิ้งไก่ย่าง รับประทานกันในหมู่คณะกลางพื้นที่
ธรรมชาติและธารน้ำใสห้วยหนองบาง โปรดติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ คุณหมึก
แห่งภูผาตาดโฮมเสตย์ 0879226187
http://www.panoramatown.com/index.php?option=com_content&view=article&id=
21&Itemid=24
ขี่ช้าง...ล่องแพ
Coordinates Nong Bang Elephant Camp : 14°34'32.87"N, 98°49'37.41"E
http://goo.gl/maps/DhzI2



เขตตำบลหินดาด

พุน้ำร้อนหินดาด หรือ พุน้ำร้อนกุยมั่ง
Coordinates Hin Dat Hot Spring : 14°37'30.37"N, 98°43'26.12"E
http://goo.gl/maps/GvjpJ

น้ำตกผาตาด
Coordinaes Pha Tat Waterfall : 14°38'58.90"N, 98°46'28.88"E
http://goo.gl/maps/3yUe2



เขตตำบลสหกรณ์นิคม

น้ำตกผาสวรรค
น้ำตกผาสวรรค์เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบความโลดโผน ผจญภัย และนักเดินทางด้วยพาหนะแบบ
ขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่เหมาะนักสำหรับนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป
Coordinates ลานกางเต้นท์ น้ำตกผาสวรรค์ : 14°40'59.79"N, 98°49'38.18"E
http://goo.gl/maps/fmVsH



เขตเทศบาลตำบลทองผาภูมิ

ตาน้ำพุทองผาภูมิ
หนึ่งในตาน้ำพุธรรมชาติที่ผุดขึ้นหลายสายในเมืองทองผาภูมิ ในอดีตลำรางสายน้ำจากน้ำพุจะไหล
ผ่านหน้ห้องแถวร้านค้าที่เรียงรายไปตามทางสายหลักที่ผ่านตลาด แต่ในปัจจุบันสายน้ำจากน้ำพุ
เหล่านั้นได้ถูกนำลงสู่ท่อระบายน้ำใต้ดินของเทศบาลเป็นที่น่าเสียดายยิ่งนักจะเหลือให้เห็นน้ำพุ
ธรรมชาติผุดขึ้นอย่างชัดเจนเพียงแห่งเดียวระหว่างโรงแรม ส.บุญยงค์ กับโรงเรือนเก็บของข้าง
สถานีน้ำมัน ปตท. โดยมีป้ายทำด้วยหินแกรนิตสีน้ำตาลแดงของเทางเทศบาล มีลายอักษรเขียนว่า
"พุน้ำ ปูราชินี" กำกับไ้ว้เท่านั้น
Coordinate ตาน้ำพุธรรมชาติ เทศบาลตำบลทองผาภูมิ : 14°44'52.16"N, 98°37'49.09"E
http://goo.gl/maps/F8epG

ท่าน้ำเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ข้างตลาดทองผาภูมิ
เป็ฯพื้นที่นันทนาการของเทศบาลตำบลทองผาภูมิ มีศาลาพักผ่อน สวนหย่อม พื้นที่ออกกำลังกายต่างๆ
สำหรับประชาชนโดยทั่วไป พื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำแควน้อย บริเวณนั้น มีหาดหิน ทางลงอยู่ที่ข้างๆ
ตลาดสดทองผาภูมิ เป็นพื้นที่จัดงานประเพณีสำคัญต่างๆ เช่น งานประเพณีลอยกระทง เป็นต้น
Coordinates ท่าน้ำเทศบาลตำบลทองผาภูมิ : 14°44'53.06"N, 98°38'2.51"E
http://goo.gl/maps/s7XTL

สะพานแขวนวัดท่าขนุน
เป็นสะพานแขวนที่เชื่อมวัดท่าขนุนกับย่านตลาดทองผาภูมิ เป็นเส้นทางที่พระท่านใช้มารับบิณฑบาต
จากชาวบ้านในย่านตลาด
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=450732081666517&l=1b73376f17
ภาพสะพานแขวนวัดท่าขนุน ประดับตบแต่งด้วยไฟประดับ ในคืนมาฆบูชา ๒๕๕๖
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=450732491666476&l=8913544d8d
ภาพสะพานแขวนวัดท่าขนุน ประดับตบแต่งด้วยไฟประดับ ในคืนมาฆบูชา ๒๕๕๖
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=450732578333134&l=2138ca0481
ภาพสะพานแขวนวัดท่าขนุน ประดับตบแต่งด้วยไฟประดับ ในคืนมาฆบูชา ๒๕๕๖
Coordinates สะพานแขวนวัดท่าขนุน : 14°44'32.54"N, 98°38'4.19"E
http://goo.gl/maps/x5ZHr

วัดท่าขนุน
ตั้งอยู่เลขที่ ๒๓๕ บ้านท่าขนุน ถนนกาญจนบุรี-สังขละบุรีหมู่ที่๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ
จังหวัดกาญจนบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ตั้งเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๓ ชาวบ้านเรียกว่า วัดหลวงพ่อสาย
เดิมเป็นที่ดินของตระกูลนกเล็กได้ถวายแก่หลวงปู่พุก อุตฺตมปาโล เพื่อสร้างวัด เมื่อหลวงปู่พุกมรณภาพ
พระอาจารย์ไตแนมซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงเป็นเจ้าอาวาส บูรณะพัฒนาวัดโดยการสร้างมณฑป
พระพุทธบาท ผู้ให้ความอุปถัมภ์คือผู้ใหญ่บ้านทม หงสาวดี เมื่อพระอาจารย์ไตแนมมรณภาพลง
วัดท่าขนุนได้กลายเป็นวัดร้างไปชั่วระยะหนึ่ง จนกระทั่งหลวงปู่สาย อคฺควํโส(พระครูสุวรรณเสลาภรณ์)
เดินธุดงค์มาจากจังหวัดนครสวรรค์ และปักกลดพักที่วัดร้าง ชาวบ้านเห็นวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัด
ของท่าน จึงได้นิมนต์ท่านอยู่จำพรรษา และพัฒนาวัดสร้างเสนาสนะเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นวัดประจำ
อำเภอทองผาภูมิมาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันท่านเจ้าอาวาสคือ พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
ในคืนสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น คืนวิสาขบูชา คืนอาสาฬหบูชา รวมทั้งคืนสำคัญทางประเพณี เช่น
คืนลอยกระทง ทางวัดจัดผางประทีปพุทธบูชาทั่วบริเวณวัด มีธรรมเทศนา และเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ
ทั่วบริเวณจัด นับตั้งแต่บริเวณด้านหน้าที่ติดกับทางหลวง 323 บริเวณสมเด็จองค์ปฐม ร่ายสองข้างถนน
ภายใน ตลอดจนถึง พระพุทธเจติยคีรี ได้รับการตบแต่งด้วยประทีปเทียน ซึ่งอาสาสมัครชาววัดท่าขนุน
จะช่วยกันตามประทีปในช่วงหัวค่ำ ประทีปสว่างไสวไปทั่วบริเวณ งดงามยิ่งนัก โดยการเวียนเทียน
จะเริ่มกันในเวลาประมาณ ๒ ทุ่มตรง ยังมีงานบุญประเพณีที่น่าสนใจอีกงานหนึ่งของวัดท่าขนุน คือพิธี
ตักบาตรเทโว ในช่วงออกพรรษา ของทุกปี
http://www.watthakhanun.com/ เวปไซต์วัดท่าขนุน
http://www.watthakhanun.com/map.htm แผนที่เดินทาง
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.505654399507618.1073741827.
141316009274794&type=1&l=e7e1e09797
TPP-CandleNightVisakhaPuja2013/
คืนแห่งประทีปวิสาขบูชา๒๕๕๖
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.450731944999864.1073741825.
141316009274794&type=1&l=a958430d53
TPP-CandleNightMaghaPuja2013/
คืนแห่งประทีปมาฆบูชา๒๕๕๖
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.396663697073356.93217.
141316009274794&type=1&l=5f97543bcd
TPP-CandleNightLoiKrathong/
คืนลอยกระทง-20121128
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.370609563012103.85893.
141316009274794&type=1&l=66b5b9e306
TPP-CandleNightBuddhaPuja/
คืนแห่งประทีปพุทธบูชา
Coordinates วัดท่าขนุน : 14°44'33.75"N, 98°38'9.85"E
http://goo.gl/maps/VA990

พระพุทธเจติยคีรี วัดท่าขนุน
เป็นพระเจดีย์ศิลปะพม่า สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยหลวงปู่สาย อคฺควํโส ตั้งอยู่บนยอดเขาภายใน
พื้นที่วัด อันเป็นจุดชมวิวประจำอำเภอ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399303050142754&l=495da7f442
ภาพบุหลันลอยเลื่อนฟ้าเหนือเจติยคีรี วัดท่าขนุน ในคืนก่อนออกพรรษา ปี ๒๕๕๕ มองจากบริเวณ
พื้นที่นันทนาการ สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย เทศบาลตำบลทองผาภูมิ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399303273476065&l=706aadaa9d
ภาพบุหลันลอยเลื่อนฟ้าเหนือเจติยคีรี วัดท่าขนุน ในคืนก่อนออกพรรษา ปี ๒๕๕๕ มองจากบริเวณ
พื้นที่นันทนาการ สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย เทศบาลตำบลทองผาภูมิ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399303520142707&l=6d7a92af99
ภาพบุหลันลอยเลื่อนฟ้าเหนือเจติยคีรี วัดท่าขนุน ในคืนก่อนออกพรรษา ปี ๒๕๕๕ มองจากบริเวณ
พื้นที่นันทนาการ สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย เทศบาลตำบลทองผาภูมิ
Coordinates พระพุทธเจติยคีรี : 14°44'37.55"N, 98°38'16.75"E
http://goo.gl/maps/TD6bx

สาเด็จองค์ปฐม วัดท่าขนุน

Coordinates สมเด็จองค์ปฐม : 14°44'32.66"N, 98°38'26.29"E
http://goo.gl/maps/D3d93

ชุมชนท่าขนุน
บริเวณด้านทิศติดกับวัดท่าขนุน เป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำแควน้อย แบบบ้านดั้งเดิมที่ก่อสร้างกัน
โดยทั่วไป เป็นเรือนไมุ้ยกพื้นสูงประมาณเมตรเศษ เนื่องจากในพื้นที่ทองผาภูมิมีฝนตกชุกมาก
ความชื้นในอากาศสูงโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การยกพื้นเรือนช่วยให้ระบายอากาศได้ปลอดโปร่ง
ความชื้นจากพื้นผิวดินจะไม่รบกวนพื้นที่อยุ่อาศัยบนตัวเรือน
Coordinates ชุมชนท่าขนุน : 14°44'48.08"N, 98°38'8.48"E
http://goo.gl/maps/ocamv

พระ ภปร. ทองผาภูมิ กาญจนธรรมพิทักษ์
เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวของวัดทองผาภูมิ ดำเนินการสร้างสร้างจนสำเร็จโดยบริษัทอีตัล-ไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงเสด็จมาประกอบพิธีเบิกพระเนตร
และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2529 และพระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า
"พระ ภปร.ทองผาภูมิ กาญจนธรรมพิทักษ์"ที่บริเวณฐานบัลลังก์บัวนั้นปรากฏพระปรมาภิไธยย่อของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่บนลวดลายปูนปั้นที่เชิงลาดพระนิสีทนสันถัต ซึ่งคลี่คลายลวดลายลงมา
ปรกส่วนกลางของฐานบัลลังก์ พระพุทธรูปองค์นี้ทรงพุทธลักษณะที่งดงามอย่างยิ่ง ดูประหนึ่งทรงแย้ม
พระสรวลเล็กน้อยอยู่เป็นนิจ บ่ายพระพักตร์อิ่มเอิบด้วยพระเมตตาไปยังด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ประดุจทรงทอดพระเนตรให้ความร่มเย็นดินแดนอันสุขสงบแห่งทองผาภูมิ

จารึกประวัติความเป็นมาบนแผ่นหินด้านหลังองค์พระ
พระ ภปร. ทองผาภูมิ "กาญจนธรรมพิทักษ์"

แผ่นหิน ณ ที่นี้ พระครูกาญจนประสิทธิ์ (หลวงพ่ออาบ ปตฺโน) ได้ดำเนินการก่อสร้างพระพุทธรูป
ร่วมกับชาวทองผาภูมิ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๑๘ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ การก่อสร้างจึงชะงักค้างคา ต่อมา
ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล็อปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้มาก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม
ดร.ชัยยุทธ กรรณสูต ประธานกรรมการบริษัทฯได้มาต รวจงานเป็นประจำ ได้พบเห็นพระพุทธรูป
ที่สร้า งไม่เสร็จ จึงเกิดศรัทธาและได้ปวารณาว่าเมื่องานก่อสร้างเขื่อนสำ เร็จด้วยดี ก็จะสร้าง
พระพุทธรูปให้สำเร็จ จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูป ภปร. ที่จัดสร้างโดยวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นต้นแบบ
ทางปฏิมากรรม โดยให้วิศวกรของบริษัทฯ ออกแบบโครงสร้าง และให้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ
ดำเนินการสร้า งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ด้วยทุนทรัพย์ทั้งของบริษัท ฯเอง ทุนทรัพย์ส่วนตัวของดร.ชัยยุทธ และการสมทบบริจาคทั้งทุนทรั พย์และแรงงานของพนักงานของบ ริษัทฯ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
แห่งประ เทศไทย และประชาชนทั่วไป โดยสร้างครอบองค์ที่สร้างค้ างอยู่เดิม ใช้เวลาสร้าง ๓ เดือนเศษ
สิ้นค่าก่อสร้างประมาณสองล้ านบาทเศษ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙ วันที่ ๙ มกราคม เนื่องในวโรกาสเสด็จพระราชด ำเนินทรงประกอบพิธีเปิด
เขื่ อนเขาแหลม (ภายหลังได้ทรงพระราชทานนาม ว่าเขื่อนวชิราลงกรณ) อย่างเป็นทางการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จ-
พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์-
จักรราชกุมารี มาทรงประกอบพระราชพิธีเบิกพ ระเนตร และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระเศียร
พร้อมทั้งทรงปลูกต้นโพธิ์ที่ด้านหลังองค์พระ และทรงพระราชทานพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า
พระ ภปร.ทองผาภูมิ "กาญจนธรรมพิทักษ์" โดยทรงเลือกจากพระนามที่ทรง แนะนำโดยสมเด็จ
- พระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร (ขณะนั้นยังมิได้ทรงดำรงตำแ หน่งสมเด็จพระสังฆราช)
ซึ่งได้เสด็จฯมาทรงเป็นประธ านสงฆ์ จึงนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิ คุณอันใหญ่หลวงแก่ชาวทองผาภูมิ
และเป็นมิ่งขวัญแก่ปวงชน ชาวไทยทั้งมวลสืบไป

ป้ายนี้จัดสร้าง....โดย บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล็อปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อปี
พ.ศ.๒๕๔๗

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399785293427863&l=e660bf1da8
พระ ภปร. ทองผาภูมิ กาญจนธรรมพิทักษ์ ในคืนก่อนออกพรรษา ๒๕๕๕
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399786456761080&l=a6e26d49ea
พระ ภปร. ทองผาภูมิ กาญจนธรรมพิทักษ์ ในคืนก่อนออกพรรษา ๒๕๕๕
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399796693426723&l=d4e737d391
พระ ภปร. ทองผาภูมิ กาญจนธรรมพิทักษ์ ในคืนก่อนออกพรรษา ๒๕๕๕
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399798930093166&l=536b929630
พระนิสีทนสันถัตคลี่คลายลวด ลายลงมาปรกฐานบัลลังก์บัว ปรากฏพระปรมาภิไธยย่อ ภปร
ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห ัว รัชกาลปัจจุบัน
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=399803750092684&l=0c0f29f446
ทยฺยชาติยา สามฺคคียํ สติสญฺชานเนน. โภชิสิยํ รกฺขนฺติ
คนชาติไทย จะรักษาความเป็นไท อยู่ได้ด้วย มีสติสำนึกอยู่ในความสามัคคี
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=367471403325919&l=38082b90bd
จารึกประวัติความเป็นมาบนแผ่นหินด้านหลังองค์พระ ภปร. ทองผาภูมิ กาญจนธรรมพิทักษ์
Coordinates พระ ภปร. ทองผาภูมิ กาญจนธรรมพิทักษ์ : 14°44'59.90"N, 98°37'35.71"E
http://goo.gl/maps/DsGWN



เขตตำบลท่าขนุน

วัดเวฬุวันวนาราม
ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 313 หมู่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 71180
ท่านเจ้าอาวาสคือพระครูภาวนาสุทธาจาร (พระอาจารย์สาคร ธัมมาวุโธ) โทรศัพท์ 0813757222
พระอาจารย์อำนวย จิตฺตสํวโร โทรศัพท์ 0860698893
เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีทำเลที่่ตั้งอยู่บนเขา เส้นทางแยกจากทางหลวง 323 มุ่งหน้าสู่วัด
สวยงามร่มครึ้ม ป่าไผ่ของวัดในฤดูฝนชอุ่มเขียวงามสบายตามาก สมนามของวัด ซึ่งหมายถึงอาราม
ในป่าไผ่นั่นเอง
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1100 แผนที่่การเดินทางไปวัดเวฬุวัน
Coordinates วัดเวฬุวันวนาราม : 14°44'43.35"N, 98°36'17.52"E
http://goo.gl/maps/WHa7T

เขื่อนวชิราลงกรณ
เขื่อนวชิราลงกรณเป็นเขื่อนหินถมแห่งแรก ของประเทศไทยที่ดาดผิวหนา ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควนอย ในท้องที่ ตำบลท่าขนน อำเภอทองผาภูมิจ ังหวดกาญจนบุรี อยู่ห่างจาก
ตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร จัดเป็นเขื่อนอเนกประสงค์อีกแห่งหนึ่ง
ของประเทศไทย มีความสูงจากฐาน 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร สูงจาก
ระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) +161.75 เมตร ปริมาตรตัวเขื่อนประมาณ 8.1 ล้านลูกบาศก์เมตร
อ่างเก็บน้ำ อยู่ในอำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี มีพื้นที่รับน้ำฝน 3.720 ตารางกโลเมตร
ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลยประมาณปีละ 5,500 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีปริมาตรเก็บกักสูงสุดปกติ
8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ +155.0 เมตร (รทก.) การก่อสร้างเริ่มในเดือนมีนาคม 2522
แล้วเสร็จปี 2527 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพ-
รัตราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอจุฬาภรณวลัยลักษณฯ ทรงประกอบ
พิธีเปิดเขื่อนวชิราลงกรณ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2529
http://vrk.egat.com/index.php?lang=en Vajiralongkorn Hydro Power Plant Website
http://vrk.egat.com/index.php?lang=th เวปไซต์ทางการภาษาไทยของเเขื่อนวชิราลงกรณ
Coordinates บริเวณทางเข้าที่ทำการฯ : 14°46'41.59"N, 98°36'13.16"E
http://goo.gl/maps/IqkC3
Coordinates สันเขื่อนวชิราลงกร : 14°47'57.86"N, 98°35'48.65"E
http://goo.gl/maps/Wzxt3

สวนเฉลิมพระเกียรติทางเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ
Coordinates สวนเฉลิมพระเกียรติฯ : 14°46'44.07"N, 98°36'12.19"E
http://goo.gl/maps/EXcnq


เกาะมะพร้าวกะท
มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ของมะพร้าวธรรมดาทั่วไป มีเนื้อนุ่มหนา น้ำข้นเหนียว
เพาะไม่งอก ลักษณะของมะพร้าวกะทิ ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปยังรุ่นลูก ต้นมะพร้าวกะทิที่พบ
ในสวนมะพร้าวทั่วไปจะเป็นต้นมะพร้าว ลูกผสมกะทิ เนื่องจากเกษตรกรนำผลมะพร้าวธรรมดา
จากต้นมะพร้าวกะทิลูกผสมไปเพาะขยายพันธุ์ ต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิในธรรมชาติ ส่วนใหญ่
เป็นพันธุ์มะพร้าว ประเภทต้นสูง และปลูกกระจัดกระจาย จึงพบผลมะพร้าวกะทิในบางทลาย
จนมีคำกล่าวว่า"จะพบมะพร้าวผลที่เป็นกะทิในทลายที่อยู่ทาง ทิศตะวันออก" ความเป็นจริง
ถ้าปลูกมะพร้าวกะทิเป็นแปลงหรือเป็นกลุ่มอย่างน้อย 5 ต้นขึ้นไป ก็จะพบมะพร้าวกะทิเกิดขึ้น
ทุกทลาย ปัจจุบันพบต้นมะพร้าวลูกผสมกะทิน้ำหอมต้นเตี้ยทั่วไปในสวน เกษตรกร และแปลงทดลอง
คัดเลือกพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมเพื่อการ ส่งออก จำนวน 2 ต้น เนื่องจากลักษณะมะพร้าวกะทิเป็น
ลักษณะด้อย เมื่อนำคัพภะมะพร้าวกะทิที่ได้จากต้นพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิที่ปลูกโดยทั่วไป นำไป
เพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์ เมื่อได้ต้นกะทิพันธุ์แท้ไปปลูก จะพบ ต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ที่มี
ลักษณะที่ผิดปกติ มากกว่า 90 % ในปี 2530 บริษัท บางกอกฟลาวเวอร์เซ็นเตอร์ จำกัด ได้เริ่ม
ทำการเพาะเลี้ยง คัพภะมะพร้าวกะทิที่ซื้อมาจากสวนเกษตรกร ได้ต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ และ
นำลงปลูกบนเกาะในเขื่อนวชิราลงกรณ์ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในปี 2531 และ
2533 รวมจำนวน 2,150 ต้น เกาะมะพร้าวกะทิแห่งแรกของโลกจึงได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย
ในปี 2538 ดร.อุทัย จารณศรี ได้ขอให้บริษัท บางกอกฟลาวเวอร์เซ็น เตอร์ จำกัด ให้ความเอื้อเฟื้อ
กรมวิชาการเกษตรไปศึกษาพันธุ์มะพร้าว กะทิที่บนเกาะ และคัดเลือกต้นพันธุ์มะพร้าวกะทิที่ดี
นำดอกเกสรตัวผู้ มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวกะทิ ในปี 2538 งานวิจัยการปรับปรุงพันธุ์
มะพร้าวกะทิ จึงได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลก ในที่สุดได้ต้นพันธุ์มะพร้าวลูกผสมกะทิ
ระหว่างพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย กับ กะทิ ที่ให้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพดีตามที่ตลาดต้องการ
เสนอเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรในปี 2551
http://utipalm.com/page/goods3.htm เกาะมะพร้าวกะทิ ปัจจุบันอยุ่ในความดูแลของ utipalm
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=8669
&highlight=
ความรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับมะพร้างกะทิ
http://www.edtguide.com/KoMapraoKati_496099 เที่ยวเกาะมะพร้าวกะทิ
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.308894302520647.73771.
145025085574237&type=3
อัลบั้ม "เที่ยวเกาะมะพร้าวกะทิ" ใน เมืองกาญจน์แดนสวรรค์ตะวันตก
ของ ททท.กาญจนบุรี
Coordinates เกาะมะพร้าวกะทิ : 14°54'14.74"N, 98°31'31.42"E
http://goo.gl/maps/o7wBM


เจดีย์โบอ่อง
เจดีย์โบอ่องตั้งอยู่บนจอมเขาขนาดเล็กกลางบึงน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่บ้านโบอ่อง ตำบลปิล๊อก เป็น
เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์โบราณแบบพม่า เจดีย์อายุกว่า 200 ปี เป็นที่เคารพสักการะของชาวเหมือง สร้างบน
ยอดเขาหินปูนที่มีน้ำล้อมในบริเวณวัดบ้านโบอ่อง รอบเจดีย์สูง 6 เมตร ฐานกว้างประมาณ 3x3 เมตร
บริเวณบ่อน้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ บริเวณวัดมีความร่มรื่น มีข้อจำกัด สำหรับนักท่องเที่ยว
ที่เป็นผู้หญิง ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าบึงแห่งนี้มีอาถรรพ์ห้ามผู้หญิงข้ามลำน้ำที่ล้อมรอบเจดีย์เด็ดขาด
เพราะว่าจะทำให้น้ำในบึงจะแห้งขอด และอาจมีภัยอันตรายแก่ตัวเองได้ โดยวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 4
ของทุกปี ประชาชนจากทั่วสารทิศจะพากันมานมัสการกัน
Coordinates เจดีย์โบอ่อง : 14°50'30.26"N, 98°29'12.75"E
http://goo.gl/maps/jBj3j
http://goo.gl/maps/M5mo8



เขตตำบลห้วยเขย่ง

ตลาดนัดเตาถ่าน
ตลาดนัดเตาถ่านติดตลาดทุกเช้าตรู่วันอาทิตย์ บริเวณแยกสหกรณ์ห้วยเขย่ง ผู้ค้ามีทั้งพ่อค้าแม่ค้าเร่
ต่างถิ่นและชาวบ้านเอาสินค้านานา รวมทั้งพืชผักผลไม้ต่างๆมาขาย โดยแผงค้าจะเรียงรายทั้งสอง
ข้างทางของทางหลวง 3272
Coordinates ตลาดนัดเตาถ่าน : 14°38'52.99"N, 98°34'53.80"E
http://goo.gl/maps/r6DSb

พุหนองปลิง
ระบบนิเวศน์พุหนองปลิง
“พุ” หรือ “ป่าพุ” เป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติอีกประเภทหนึ่ง โดยคำว่า “พุ” คืออาการของน้ำหรือ
แก๊สที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน(spring water area) และน้ำได้ไหลผ่านรอยแยกของชั้นหินปูนขึ้นมา
จนเกิดน้ำขังกลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้มีน้ำขังในระดับตื้นๆ และมีการไหลเวียนของน้ำสม่ำเสมอ
ทำให้น้ำในพุใสบริสุทธิ์ จนเกิดสภาพแวดล้อมที่พืชและสัตว์บางชนิดสามารถปรับตัวในระบบนิเวศน์
แบบนี้ได้ จึงกลายเป็นลักษณะของ ป่าพุขึ้นมา ส่วน “ป่าพรุ” หรือ Peat Swamp Forest นั้น
จะเป็นลักษณะของระบบนิเวศน์ของพื้นที่ลุ่มต่ำ ชื้นแฉะ มีการสะสมถมทับของซากพืชจำนวนมาก
มีน้ำท่วมขังอยู่เกือบตลอดเวลา โดยที่ไม่มีตาน้ำหรือน้ำผุดขึ้นมาเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้น ยกเว้น
เมื่อมีฝนหรือน้ำท่วมตามฤดูกาล ทำให้เกิดการเน่าเปื่อยของซากพืช น้ำในป่าพรุจึงมีสีน้ำตาล
คล้ายสีของน้ำชาและมีสภาพเป็นกรด
การเดินทางให้ เข้าเส้นทางพื้นที่แปลงปลูกป่าสักของ ออป. ไปพุหนองปลิง พุปูราชินี และบึงน้ำทิพย์
Coordinates จุดแยกเข้าจากทางหลวง 3272 : 14°39'20.34"N, 98°36'11.41"E
http://goo.gl/maps/RDxzY

พุปูราชิน
ฤดูกาลที่ทองผาภูมิฉ่ำฝน เป็นฤดูกาลอันเหมาะสำหรับกา รชมปูราชินี ที่พุปู ในโพสต์ที่แล้วได้กล่าวถึง
ก ารเดินทางไปบึงน้ำทิพย์ ซึ่งพุปูราชินีก็อยู่บนเส้น ทางนั้นเช่นกัน ในบริเวณพื้นที่แปลงสักของออป.
พุ หรือ ป่าพุ คืออะไร? “พุ” หรือ “ป่าพุ” เป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติอี กประเภทหนึ่ง โดยคำว่า “พุ” คืออาการของน้ำหรือแก๊สที่ผ ุดขึ้นมาจากใต้ดิน(spring water area) และน้ำได้ไหลผ่านรอยแยกของ
ชั้นหินปูนขึ้นมา จนเกิดน้ำขังกลายเป็นพื้นที ่ชุ่มน้ำ ทำให้มีน้ำขังในระดับตื้นๆ และมีการไหลเวียนของ
น้ำสม่ำ เสมอ ทำให้น้ำในพุใสบริสุทธิ์ จนเกิดสภาพแวดล้อมที่พืชและ สัตว์บางชนิดสามารถปรับตัว
ใ นระบบนิเวศน์แบบนี้ได้ จึงกลายเป็นลักษณะของ ป่าพุ ขึ้นมา ส่วน “ป่าพรุ” หรือ Peat Swamp
Forest นั้นจะเป็นลักษณะของระบบนิเวศน์ของพื้นที่ลุ่มต่ำ ชื้นแฉะ มีการสะสมถมทับของซากพืช
จำนวนมาก มีน้ำท่วมขังอยู่เกือบตลอดเวลา โดยที่ไม่มีตาน้ำหรือน้ำผุดขึ้นมาเพิ่มปริมาณน้ำให้มากขึ้น
ยกเว้นเมื่อมีฝนหรือน้ำท่วมตามฤดูกาล ทำให้เกิดการเน่าเปื่อยของซากพืช น้ำในป่าพรุจึงมีสีน้ำตาล
คล้ายสีของน้ำชาและมีสภาพเป็นกรด

ปูราชินี ในบรรดาปูน้ำจืดทุกชนิด “ปูราชินี” จัดว่าเป็นปูน้ำจืดประเภทปู ป่าที่มีสีสันสวยงามที่สุด โดยมี
สีสันมากถึง 3 สี คือ ขาเป็นสีแดง ตรงโคนขา ก้ามหนีบ และบริเวณขอบกระดองเป็นสีขาว ตรงกลางกระดองเป็นสีน้ำเงิน  ดูแล้วคล้ายกับธงชาติไทย ชาวบ้านจึงมักจะเรียกกันอีก ชื่อหนึ่งว่า
“ปูสามสี” ปูราชินี ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็น การถวายพระเกียรติแด่สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมา ยุครบ 5 รอบ พ.ศ.2535 มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Thaiphusa sirikit (Naiyanetr, 1992) และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Regal Grab ปัจจุบันปูราชินี
จัดเป็นสัต ว์ป่าคุ้มครองที่หายากในสภา พธรรมชาติ (คัดลอกมาจากบทความของคุณสิ ทธิพงศ์ วงศ์วิลาส
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้วาง link บทความสั้นๆน้ไว้ข้างล่าง) 

Coordinates-Rajini Crab Spring Water Area : 14°35'7.74"N, 98°37'0.91"E 
http://en.wikipedia.org/ wiki/Spring_(hydrology)
http://www.biotec.or.th/ brt/index.php/ 2009-06-23-04-27-44/ 185-poo-rachinee
 
“ปูราชินี” ราชินีแห่งทองผาภูมิตะวันตก  เรื่องและภาพ : สิทธิพงศ์ วงศ์วิลาส ภาควิชาชีววิทยา
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
http:// chm-thai.onep.go.th/chm/ Meeting/2007/1Nov07/Doc/ Crustacean.pdf 
Crustacean Fauna in Thailand โดย ศาสตราจารย์ไพบูลย์ นัยเนตร ภาควิชาชีววิทยา
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
http://decapoda.nhm.org/ pdfs/11744/11744-001.pdf
ZOOLOGISCHE VERHANDELINGEN, New and recently described freshwater crabs (Crustacea : decapoda : Brachyura : Potamidae, Gecarcinucidae and Parathelphusidae ) from Thailand, P.K.L Ng &
P. Naiyanetr 
http://decapoda.nhm.org/ pdfs/11744/11744-011.pdf ภาพปูราชินี 

ผู้โพสต์ได้มีโอกาสไปเยือนพ ุปราชินีครั้งหนึ่งกับเพื่อ นและน้องๆผู้ร่วมงานของเพื่ อนผู้โพสต์ ในเดือน
มิถุนายน 2554 จึงขออนุญาตโพสต์ภาพจากฝีมือของคุณ Khemvadee Paopanlerd มาให้ชมกัน ซึ่ง
คุณ Khemvadee เธอเองก็ได้เอื้อเฟื้อภาพเหล่านี้มาให้เพื่อประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ธรรมชาติ
ขอ งทองผาภูมิ ในครั้งนั้นผู้โพสต์มีหน้าท ี่เป็นผู้นำทางคณะไปชมระบบน ิเวศน์แบบป่าพุ แต่เนื่องจาก
เดินทางไปพุเหล ่านี้เป็นครั้งแรกในชีวิต จึงเกิดความผิดพลาด แรกสุดได้นำคณะเลี้ยวเข้าไปพุหนองปลิง เพื่อชมระบบนิเวศน์พุหนองปล ิงก่อน ไปจนสุด เห็นป้าย แต่เข้าไม่ถูก ในที่สุดต้องยกเลิก และกลับออกมา
มุ่งหน้าไปพุปูราชินีต่อ เมื่อถึงพุปูราชินี ก็นำเดินเลยทางเข้าพุปูราชิ นีตรงไปตามทางที่เห็น ทั้งที่พุปูตั้งอยู่
ตรงหัวมุมนั้นนั่นเอง โดยทางเดินเข้าค่อนข้างซ่อน ตัวอยู่ในดงไผ่ ในที่สุดต้องเดินย้อนกลับมา ตั้งต้น
กันใหม่ ทางที่หลงเดินเข้าไปนั้นสุด ชนถนนอีกเส้นหนึ่ง และแปลงปลูกยางพารา เส้นทางทั้งเป็นโคลน
มีน้ำขัง เละเทะสุดบรรยาย เกือบขมำคว่ำลงบ่อโคลนทั้งข ้างถนนและกลางถนนหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม
คณะของคุณ Khemvadee และน้องๆผู้ร่วมงานของเธอก็ สามารถเก็บ shot สวยๆได้หลาย shot
อย่างไม่น่าเชื่อ จะนำมาให้ท่านชมบางส่วนติดต่อกัน 
Best Regards, 
Basuan Thaveechaiphaphum Staff Team

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.368825496523843.85361.
141316009274794&type=1&l=cdd1dda0e7
อัลบั้มพุปูราชินี ใน Facbook Page ของ
Bansuan Thaveechaiphaphum
14°39'20.78"N, 98°36'11.01"E จุดแยกจากทางหลวง 3272 เข้าเส้นทางไปซึ่งพุหนองปลิง
พุปูราชินี และบึงน้ำทิพย์ เป็นเส้นทางในพื้นที่แปลงปลูกป่าสักของ ออป.
14°35'7.58"N, 98°37'0.95"E ทางเข้าด้านหน้าของพุปูราชินีอยู่ในป่าไผ่

เส้นทางเดินป่าระยะไกล บึงน้ำทิพย์ - ต้นไม้ยักษ์
บึงน้ำทิพย์ คือ บึงพุน้ำ Spring water pond ที่เกิดขึ้นในหุบเขาหินปูน ในเขตตำบลห้วยเขย่ง ปัจจุบัน
เหลือบึงให้เห็น เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ 2 บึงเคียงกันอยู่ในหุบของสันเขา กิจกรรมสำหรับผู้รักการเดินป่า
คือการเดินเท้าผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณขึ้นสู่บึงน้ำทิพย์ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบของสันเขา เสมือน
บึงลับแล จากนั้นทำการถ่อแพไม้ไผ่ข้ามบึงน้ำทิพแม่ที่ถึงก่อนไปสู่บึงน้ำทิพย์ 1 เดินเท้าต่อข้ามสันเขา
เข้าสู่บึงน้ำทิพย์ 2และทำการถ่อแพข้ามบึงน้ำทิพย์บึงพ่อกันอีกครั้งหนึ่ง บนเส้นทางเดินป่าบึงน้ำทิพย์นี้
เส้นทางคณะเดินทางยังมี
โอกาสได้พบประสบการณ์ชวนพิศวงในระหว่างทาง หากมีโอกาสแวะพักที่รากพยุงของต้นไทรในเวลาเที่ยงวัน
ลำแสงแห่งสุริยะในเวลาเที่ยงตรงที่สาดส่องตรงสู่กลุ่มโพรงรางพยุงเหล่านั้น ก่อให้เกิดโพรงแสงอันน่าตื่นตา
ตื่นใจเป็นที่สุดในระหว่างที่ถ่อแพข้ามบึงน้ำทั้งสองผู้เดินทางยังมีโอกาสได้ฟังเสียงเหล่านกน้อยและกีฏพันธ์ ร่วมกันขับกล่อมบทเพลงแห่งบึงน้ำ ขุนเขา และพงไพรอันแสนไพเราะให้ฟังอีกด้วย นอกจากนี้บนเส้นทาง
คณะดินทางยังมีโอกาสได้ชมความงามของกล้วยไม้ป่า พันธุ์ไม้ป่า ตั้งแต่สูงระดับพื้นดิน อันได้แก่เห็ดรา
ไลเคน พืชเบียน พันธุ์ไม้อวบน้ำต่างๆ จนถึงพรรณไม้่ตระกูลสูงนานาสายพันธุ์ในธรรมชาติอีกด้วย จะนำคณะูเดินทางไปสู่ต้นกระบากขนาดยักษ์ ขนาด 7-8 คนโอบ บน

14°39'20.78"N, 98°36'11.01"E จุดแยกจากทางหลวง 3272 เข้าเส้นทางไปซึ่งพุหนองปลิง พุปูราชินี และ
บึงน้ำทิพย์ เป็นเส้นทางในพื้นที่แปลงปลูกป่าสักของ ออป.
14°35'13.05"N, 98°38'13.76"E บึงน้ำทิพย์ 1
14°35'3.53"N, 98°38'25.27"E บึงน้ำทิพย์ 2

ถ้ำสองแปด
Latitude: , Longitude:
ถ้ำสองแปดเป็นหนึ่งในที่อยู่อาศัยของค้างคาวกิตติ ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ คุณ กิตติ ทองลงยาิ นักสัตววิทยา ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ผู้ค้นพบค้าวคาวกิตตครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2516 บริเวณถ้ำไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ค้างคาวกิตติมีถิ่นที่อยู่อาศัยในถ้ำต่างๆที่
กระจายตัวอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค พื้นที่ทองผาภูมิและสังขละบุรี มากที่สุดคือในเขตพื้นที่ไทรโยค
ค้างคาวกิตติหรือ Kitti's Hog-nosed Bat ถูกพบครั้งแรกในปีพ.ศ. 2516 ที่ถ้ำวังพระในเขตอุทยานแห่งชาติ
ไทรโยคได้รับการยอมรับว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก (โดยน้ำหนัก) โดยมีน้ำหนักตัว
เฉลี่ยประมาณ 2 กรัม ที่มาของชื่อ Hog-nosed Bat มาจากจมูกที่มีลักษณะคล้ายจมูกหมู ขนตามตัวค่อนข้าง
ยาว มีสีขนทั้งที่เป็นสีเทาและสีน้ำตาล หากินแมลงเป็นอาหาร โดยจะออกหากินนอกถ้ำเพียงวันละ 2 ครั้งคือ ในตอนเช้าประมาณครึ่งชั่วโมงและตอนเย็นประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่ในถ้ำถึงประมาณ
วันละ 23 ชั่วโมง มีลูกระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนโดยออกลูกครั้งละ 1 ตัว ในขณะที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้
ลูกจะอาศัยเกาะอกแม่แต่ถ้าแม่ค้างคาวต้องออกไปหากินมันจะทิ้งลูกเกาะไว้ในถ้ำ การล่าค้างคาวโดยตรงและ
การใช้ประโยชน์ของถ้ำที่เป็นที่อาศัยของค้างคาวเช่นเป็นที่พักแรม ที่อยู่อาศัยและการท่องเที่ยวล้วนมีผลทำให้
ประชากรค้างคาวกิตติมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมรอบๆ ถ้ำก็มีผลต่อการหากิน
ของค้างคาวกิตติอีกด้วยเช่น พื้นที่โล่งกว้างอย่างไร่มันสำปะหลัง ค้างคาวกิตติจะหลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ดังกล่าว
http://www.sarakadee.com/feature/2000/03/15year2.htm
บทความ "บุกป่ากาญจนบุรี ค้นหาค้างคาวกิตติ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่เล็กที่สุดในโลก"
สารคดีปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒, มีนาคม ๒๕๒๘
http://www.int-res.com/articles/esr2008/theme/bats/batspp6.pdf
Population size, distribution, threats and conservation status of two endangered bat species Craseonycteris thonglongyai and Hipposideros turpis
http://pikul.lib.ku.ac.th/cgi-bin/agdb3.exe?rec_id=011076&database=agdb3&search_type
=link&table=mona&back_path=/agdb3/mona&lang=thai&format_name=TFMON

http://jwt.thaiwildlife.org/home/typography.html
บทควาททางวิชาการ "การกระจายพันธุ์ แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร และสิ่งคุกคามค้างคาวกิตติ
(Craseonycteris thonglongyai) ในประเทศไทย
Distribution, Population, Trend, and Threats of Kitti's Hog-Nosed Bat (Craseonycteris thonglongyai) in Thailand โดย เมธี หยกอุบล, ปิยทิพย์ ปิยพันธ,ุ์ สุรพล ดวงแข



เขตตำบลปิล็อค

จุดชมวิว ก.ม.15 ของอบต.ปิล็อค
จุดชมวิวแห่งจัดสร้างโดย อบต.ปิล็อค มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ แผ่นป้ายรูปถ่ายทัศนียภาพ
พร้อมคำอธิบายตำแหน่งของสถานที่จากทัศนียภาพที่มองเห็น จากตำแหน่งนี้สามารถเห็นทัศนียภาพ
เบื้องล่างได้แก่ อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ พื้นที่บ้านท่าแพและห้วยเขย่ง
14°41'23.92"N, 98°27'30.48"E

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
14°41'30.97"N, 98°24'20.40"E จุดแยกเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิจากทางหลวง 3272 14°41'35.78"N, 98°24'18.12"E บริเวณอาคารที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=104&lg=1
http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=104&lg=2

เนินกูดดอย
เนินกูดดอยตั้งอยุ่ค่อนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในพื้นที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
ทางอุทยานฯจัดไว้เป็นพื้นที่สำหรับกางเต้นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน สุดปลายทางขอบเนิน
ด้านทิศเหนือ ทางอุทยานฯได้จัดทำระเบียงไม้ยืนออกไปเหนือขอบผา มักมีผู้นิยมเรียกขาน
กันว่า "ระเบียงผา" เพื่อให้แขกผู้มาเยือนได้มีโอกาสชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามยิ่งใหญ่ของ
ธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ระเบียงผาด้านทิศเหนือ สำหรับการชมขุนเขาช้างเผือก ในยามเช้าตรู่
จะเห็นขุนเขาช้างเผือกและหมู่เขาน้อยใหญ่แห่งเทือกเขาตะนาวศรีอาบอยู่ในสายหมอกขาว
และะมวลเศวตเมฆาธาร ในยามเย็นก่อนอาทิตย์ืลับฟ้า แสงสุดท้ายสีอำพันจะอาบขุนเขาสว่างเข้ม
เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพมาก จาำระเบียงผาด้านทิศตะวันออก สามารถมองเห็น
ทัศนยีภาพของอ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณในโอบล้อมของขุนเขาและปราการภูผาที่กั้นแบ่งระหว่าง
พื้นที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้กับตลาดทองผาภูมิ และยังสามารถเห็นพื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำบริเวณบ้านท่าแพ
และห้วยเขย่งได้อย่างชัดเจน
14°41'45.80"N, 98°23'58.26"E

น้ำตกจ๊อกกะดิ่น
เป็นน้ำตกที่อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นน้ำตกที่มีน้ำใสตกลงมาจากผาสูง ลงสู่แอ่ง
น้ำเย็นขนาดค่อนข้างใหญ่เบื้องล่าง
http://www.paiduaykan.com/76_province/central/kanjanaburi/jogkradinwaterfall.html
14°40'58.35"N, 98°23'20.24"E จุดแยกเข้าทางไปน้ำตกจ๊อกกะดิ่นจากทางหลวง 3272
14°40'59.23"N, 98°23'5.96"E ฝายน้ำล้นระหว่างทางเข้าน้ำตกจ๊อกกะดิ่น
14°41'12.10"N, 98°22'53.26"E บริเวณลานดินสำหรับจอดรถยนต์และห้องน้ำ
14°41'5.76"N, 98°22'46.62"E น้ำตกจ๊อกกะดิ่น

เขาช้างเผือก
14°43'34.24"N, 98°23'14.77"E
เขาสูงสุดยอดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เป็นที่นิยมของนัำก trekker ที่นิยมการ trekking ที่ไม่
ธรรมดา การเดินทางไป trekking บนสันเขาช้างเผือกต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ
ต้องพักค้างแรมในเต้นท์ ณ พื้นที่ที่ทางอุทยานได้จัดเตรียมไว้ให้ ในบางช่วงของการ trekking
จะต้องผ่านสันเขาแคบที่มีความกว้างเพียงประมาณ 2 ฟุต เรียกกันว่า สันคมมีด ถือเป็น highlight
สุดยอดของความตื่นเต้น ซึ่งผู้สนใจที่จะทำการ trekking สันเขาช้างเผือกควรพิจารณาถึงความพร้อม
ของร่ายกายด้วย เพราะนอกจากเส้นทางยากแล้ว อากาศบนภูเขาเมื่อยามสิ้นแสงตะวัน อุณหภูมิจะ
ลดต่ำดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ควรมีความพร้อมของร่ายกาย ค่อนข้างมากจนถึงมากที่สุด เมื่อท่านเดินทาง
ผ่านตลาดอำเภอทองผาภูมิมาตามเส้น 3272 ผ่านทางเข้าที่ทำการเขื่อนวชิราลงกรณมาเล็กน้อย จะผ่านช่องเขาเย็น โค้งสุดท้ายก่อนพ้นช่องเขา ท่านจะเริ่มแลเห็นผืนน้ำกว้างของอ่างเก็บน้ำ
วชิราลงกรณ ในเวลาเดียวกันนั้นท่านจะเห็นขุนเขาตระหง่านเหนือขุนเขาตะนาวศรีลูกอื่นๆ
ในบริเวณนั้น ขุนเขานั้นคือเขาช้างเผือกนั่นเอง และสามารถเห็นเขาช้างเผือกตระหง่านจาก
จุดนั้นจนถึงบ้านสวนทวีชัยผาภูมิ พื้นที่ฝั่งท่าแพ บริเวณบ้านสวนทวีชัยผาภูมิ และเรื่อยลงไปอีกเล็กน้อย จะ
สามารถแลเห็นขุนเขาบ้านปิล้อคและเขาช้างเผือกได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากพื้นที่รับประทานอาหาร
ของร้านอาหารท่าขนุนเทอร์เรส ที่บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ ท่านสามารถมองเห็นขุนเขาที่บ้านปิล็อค โดยเฉพาะเขา
ช้างเผือกในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมที่ิตั้งตระหง่านโดดเด่นเหนือกว่าภูเขาลูกใดๆได้อย่างสวยงามมาก
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=29&topic_no=114801&topic_id=
116143
กระดานสนทนา เรื่อง เส้นทางเดินเขาช้างเผือก ผู้สนทนาได้โพสต์เรื่องรายละเอียดการเดินทางต่างๆ
รายละเอียดเส้นทางเดิน พร้อม Satellite imagery ภาพจำลองสามมิติของเส้นทางเดิน รวมทั้งกราฟแสดง
ระดับความสูง vertical profile ที่ตำแหน่งต่างๆบนเส้นทางเดิน
http://board.trekkingthai.com/board/upload/photo/2008-01/116143_Sm2hm04q4F2644.jpg
Satellite imagery แสดงตำแหน่งสันเขาช่างเผือก และบ้านอีต่อง

โรงเรือนไม้ดอกเมืองหนาวของปิล็อคฮิลล์
14°40'9.81"N, 98°23'6.47"E

Forest Glade หรือ Somsak's mine เหมืองสมศักดิ์
14°40'8.92"N, 98°23'9.83"E จุดแยกจากทางหลวง 3272 เข้าทางลงไปเหมืองสมศักดิ์
14°40'17.22"N, 98°22'58.32"Eสภต.ปิล็อค
14°39'16.15"N, 98°24'10.75"E บริเวณพื้นที่โรงเรือนเหมืองแร่สมศักดิ์ หรือ Forest Glade
14°39'14.59"N, 98°24'29.51"E บริเวณพื้นที่ทำเหมืองของเหมืองแร่สมศักดิ์
Forest Glade เหมืองสมศักดิ์ หรือที่มักเรียกกันว่า โอมสเตย์ป้าแหม่ม (คุณเกล็นนิส เสตะพันธุ์) การลงไป
เยี่ยมเยียนเหมืองสมศักดิ์ จำเป็นต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ หากท่านเดินทางมาด้วยรถยนต์แบบเก๋ง ควรฝากรถยนต์ของท่านไว้ที่ สภต.ปิล็อค ควรทำการติดต่อให้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อของเหมืองสมศักดิ์ขึ้นมา
รับท่าน เส้นทางลงไปเหมืองสมศักดิ์มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เส้นทางยังคงสภาพคล้ายเดิมเหมือนเืมื่อ
ยุคที่การทำเหมืองในพื้นที่นี้เฟื่องฟู นับว่าได้รสชาติของชีวิตชาวเหมืองในยุคนั้นอยู่ไม่น้อย คุณป้าเกล็นนิสได้
ทำการปรับปรุงโรงเรือนและอาคารต่างๆของเหมืองเดิม เป็นที่รับรองแขก โฮมสเตย์แห่งนี้จึงไม่ต่างจาก
พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต
http://www.parglen.com/ เวปไซต์ Forest Glade หรือ เหมืองสมศักดิ์
http://www.parglen.com/contact_us_th.html ติดต่อเหมืองสมศักดิ์
http://www.paiduaykan.com/76_province/central/kanjanaburi/parglen.html

ตลาดอีต่อง
14°39'16.59"N, 98°24'10.77"E
ตลาดที่เติบโตในยุคที่การทำเหมืองเฟื่องฟู เหมือนเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีต อาคารเรือนแถวไม้เก่าๆ
เหล่านี้คล้ายกับตลาดเมื่อสัก 40-50 ปีที่แล้วทีเดียว

เนินเสาธง
14°40'53.97"N, 98°21'45.66"E

เนินช้างศึก
14°40'22.11"N, 98°22'6.35"E
ฐานปฏิบัติการช้างศึก ตำรวจตะเวนชายแดนที่เนินช้างศึก จากเนินช้างศึกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ในเขต
พม่าได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็สามารถมองเห็นตลาดอีต่องและเนินเสาธงได้ทั้งหมดอย่างชัดเจน ในวันที่
ท้องฟ้าเปิดสภาพอากาศปลอดโปร่งสามารถเห็นไกลไปได้ถึงทะเลอันดามันด้วย
http://www.thaitritonclub.com/forum/showthread.php?t=9554&page=2
http://bangkok-guide.z-xxl.com/?p=6941

[กลับไปด้านบนของหน้า]



04.2 ที่ท่องเที่ยวและสถานที่น่าสนใจในอำเภอสังขละบุรี
น้ำตกเกริงกระเวีย
14°58'52.23"N, 98°37'54.06"E
 เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและร่มรื่น ตั้งอยู่ริมทางหลวง สายน้ำไหลผ่านแมกไม้อันร่มรื่น ไหลลดหลั่นเป็น
ชั้นๆ มีความสวยงามมาก ความสูงของชั้นน้ำประมาณ 5 เมตร มีแอ่งสำหรับลงเล่นน้ำได้ เหมาะสำหรับการ
พักผ่อน ชมความสวยงามของสายน้ำ  และธรรมชาติโดยรอบ สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล บริเวณพื้นที่
ริมทางใกล้น้ำตก มีร้านอาหาร สำหรับแวะรับประทานอาหารได้ น้ำตกตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 
(ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) ประมาณช่วงกิโลเมตรที่ 32–33

น้ำตกไดช่องถ่อง
14°58'49.49"N, 98°37'35.67"E
อยู่ไม่ไกลจากน้ำตกเกริงกระเวีย เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สายเดียวกันกับน้ำตก
เกริงกระเวีย สายน้ำไหลผ่านผืนป่า อันร่มรื่น ก่อนไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มีความสวยงามมาก
ความสูงของชั้นน้ำประมาณ 15 เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการพักผ่อน ลงเล่นน้ำ ชมความสวยงาม
ของสายน้ำตก และเดินศึกษาธรรมชาติ น้ำตกตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) ช่วง
กิโลเมตรที่ 32 – 33 และเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล

บึงเกริงกระเวีย
14°56'31.78"N, 98°38'40.01"E
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ–สังขละบุรี) ตรงกิโลเมตรที่ 28 เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยาน
แห่งชาติเขาแหลมที่ ปข.1(เกริงกระเวีย) และเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จึงจะถึง เป็นบึงธรรมชาติ
มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ และนกน้ำนา ๆชนิด รวมทั้งนกอพยพต่างถิ่น อีกหลายชนิด
ในช่วงฤดูหนาว เช่น นกเป็นแดง นกอีล้ำ เป็นต้น บริเวณริมบึง ร่มรื่นมีหอสูงไว้สำหรับดูนก เหมาะสำหรับดูนก
และเดินศึกษาธรรมชาติ ช่วงเช้าตรู่และเวลาเย็นเป็นเวลาที่เหมาะต่อการเฝ้าชมนกอพยพเหล่านี้

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
15° 1'25.51"N, 98°35'51.36"E
http://web2.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=102&lg=1

จุดชมวิวป้อมปี่
15° 1'10.45"N, 98°34'54.11"E
เป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่มีชื่อเสียงว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่ง อยู่ริมอ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ ในพื้นที่ของอุทยาน
แห่งชาติเขาแหลม บนทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ – สังขละบุรี) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 40-41 เป็น
สถานที่ สำหรับพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่น และสวยงาม ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ สามารถมองเห็น
ทัศนียภาพที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำ ยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก มีสนามหญ้าอ่อนนุ่ม สำหรับ
กางเต็นท์  และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่นบ้านพัก แพพัก  ร้านอาหาร ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ไว้บริการ
นักท่องเที่ยว

น้ำตกกระเต็งเจ็ง
15° 1'36.09"N, 98°36'37.67"E
ตั้งอยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีต้น
กำเนิดมาจากเทือกเขาใหญ่ ด้านทิศเหนือของพื้นที่อุทยาน สายน้ำไหลผ่านผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ไหลลดหลั่น
เป็นชั้น มาก ถึง 23 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป ตามลักษณะของพื้นที่ โดยชั้นที่สูงที่สุด
คือชั้น 23 มีความสูงประมาณ 30 เมตร เหมาะสำหรับการเดินศึกษาธรรมชาติ และลงเล่นน้ำ

อุทยานแห่งชาติลำคลองง
Latitude: ,Longitude:
http://web2.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=105&lg=1

เขาหัวโล้น (เขาใหญ่)
ขาใหญ่” หรือ “เขาหัวโล้น ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ในอดีตการเดินทางเมื่อก่อนต้องใช้
เส้นทางเดินเท้าผ่านป่าและเขาสูงชันเข้าไป 5 กิโลเมตร แต่ในปัจจุบันหลังจากได้มีการสร้างสถานีเรดาร์ จึงได้มีการตัดถนนเข้าถึงยอดเขาโล้นรถเข้าถึงโดยที่ไม่ต้องเดินเท้าขึ้นไป แต่จากการก่อสร้างถนนและ
สถานีก็ทำให้ทัศนียนภาพบนยอดเขาโล้นเปลี่ยนไปจากเดิมเช่นกัน ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง
ไปได้เพียงลานโม่เท่านั้น
http://www.paiduaykan.com/province/central/kanjanaburi/khaolone.html

จุดชมวิวแม่น้ำรันตี
15° 7'49.82"N, 98°30'23.27"E

สะพานมอญ (สะพานอุตตมานุสรณ์)
15° 8'36.62"N, 98°26'59.71"E
เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยสร้างให้ประชาชนที่อยู่ตัวอำเภอสังขะบุรี กับหมู่บ้านชาวมอญได้ติดต่อ
กัน "สะพานไม้อุตตมานุสรณ์"หรือทีเรียกกันว่า "สะพานมอญ”เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศ  มีความยาว
ประมาณ ๑ กม.  หลวงพ่ออุตตมะเป็นผู้ดำเนินการสร้าง โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้คนไทย กะเหรี่ยงและมอญได้
สัญจร ไปมาหาสู่กันได้ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ของคนทั้งสามกลุ่ม สะพานมอญเป็นจุดท่องเที่ยวที่เรียกว่า
กลายเป็นสัญลักษณ์ของสังขละบุรีไปแล้ว นักท่องเที่ยวจะนิยมมาเดินเยี่ยมชมสะพานเพื่อชมแสงสีทองของ พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมถึงชมวิถีชีวิตของชาวไทยและมอญที่เดินข้ามไปมาหากันบนสะพานแห่งนี้
ซึ่งค่อนข้างจะคึกคักมากในช่วงเช้า

วัดวังก์วิเวการาม
15° 7'42.03"N, 98°27'1.34"E
วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและ
ชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับ
ชายแดนไทย-พม่า ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 220 กิโลเมตร ในระยะแรกมีเพียงกุฏิและศาลา
มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า
สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ในปี พ.ศ. 2505 ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งตั้งตามชื่ออำเภอเดิม คืออำเภอวังกะ-
สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะยกฐานะเป็น อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2508 วัดวังก์วิเวการาม ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า มีพระพุทธรูปหินอ่อน และ งาช้างแมมมอธ มีเจดีย์
พุทธคยาจำลอง สร้างจำลองแบบจาก เจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยเริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2518 แล้วเสร็จเมื่อ
พ.ศ. 2529 สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ 900 เมตร เมื่อ พ.ศ. 2527
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้งบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาอยู่บน
เนินเขาในที่ปัจจุบัน หลวงพ่ออุตตมะได้จัดสรรที่ดินของวัดวังก์วิเวการามให้ชาวบ้านครอบครัวละ 30 ตร.ว.
ปัจจุบันหมู่บ้านชาวมอญมีพื้นที่ราว 1,000 ไร่เศษ มีผู้อาศัยราว 1,000 หลังคาเรือน ชาวบ้านเกือบทั้งหมด
จัดเป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าซึ่งไม่มีบัตรประชาชน หาเลี้ยงชีพโดยการปลูกพืชผักสวนครัวตามชายน้ำ ทำประมงชายฝั่ง คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งนิยมเป็นลูกจ้างในโรงงานเย็บเสื้อที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้าน ส่วนบริเวณวัด
หลวงพ่ออุตตมะเดิม ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่าจมอยู่ใต้น้ำ และมีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand เป็นที่รู้จักในชื่อว่า วัดใต้น้ำ สังขละบุรี

ศาลารายร้านค้าชุมชนมอญวัดวังวิเวการาม
15° 7'42.14"N, 98°27'2.76"E
เรือนศาลารายยาวขนานกับลานบริเวณหน้าเจดีย์พุทธคยา เป็นที่ตั้งของร้านค้าของที่ระลึกต่างๆของชาวมอญ

;วัดวังวิเวการามเดิม (วัดใต้น้ำ)
15° 6'54.87"N, 98°27'41.65"E
เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุีรี คือ กลุ่มอาคารที่ตั้งอยู่ที่
วัดวังเวเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิมก่อนทจะมีการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ หรือเขื่อนเขาแหลมเดิม

น้ำตกตะเคียนทอง
15°17'52.39"N, 98°27'5.84"E
น้ำตกตะเคียนทอง เป็น น้ำตกที่ถูกปกคลุมด้วยป่าไผ่ ดงหวาย ดงเฟิร์น และไม้ใหญ่ยืนต้นนานาพันธุ์ บริเวณ
เทือกเขาตะนาวศรี แนวเขตชายแดนไทย-พม่า ในเขตสังขละบุรี ตัวน้ำตกมีต้นน้ำอยู่ในเขตประเทศพม่า
ไหลเลาะเลื้อยมาตามแนวเขาที่กั้นเขตแดน สู่ประเทศไทยที่ห้วยซองกาเลียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำ
แควน้อย จากความอุดมสมบูรณ์ของป่า ทำให้เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่ละชั้นมีความงดงามแปลกตา ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลานกว้าง มีน้ำตกไหลผ่านกระจายกันออกไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินลุยน้ำไปตาม
น้ำตก เพื่อขึ้นไปชมในชั้นสูงๆ ได้ การเดินทาง ขับรถจากทางแยก อำเภอสังขละบุรี-ด่านเจดีย์สามองค์ ไป
ประมาณ 8 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกอยู่ริมถนนด้านขวา เลี้ยวตามทางแยกไปบนถนนลูกรังอีก
ประมาณ 12 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างแคบและบางช่วงมีเนินสูงชัน และต้องตัดผ่านลำธารเป็นบางช่วง
จึงควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือรถกระบะในการเดินทาง เมื่อถึงจุดพักรถจะต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 30 นาที จึงจะถึงตัวน้ำตกชั้นแรก หากต้องการความสะดวก ควรติดต่อสอบถามรายละเอียดเส้นทางการเดินทาง
หรือว่าจ้างผู้นำทางจากชาวบ้านในเขตอำเภอสังขละบุรี หรือติดต่ออำเภอสังขละบุรี หรือติดต่อผ่านบริษัทนำเที่ยว
ที่มีการจัดนำเที่ยวในเส้นทางน้ำตกสายนี้

ด่านเจดีย์สามองค์
15°18'5.72"N, 98°23'12.85"E

กลุ่มร้านค้าสหกรณ์ผู้ค้าเครื่องไม้เจดีย์สามองค
15°18'13.98"N, 98°23'31.66"E


[กลับไปด้านบนของหน้า]



04.3 ที่ท่องเที่ยวและสถานที่น่าสนใจในอำเภอไทรโยค
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
14° 2'24.85"N, 99°14'29.31"E
เมื่อได้เยี่ยมชม ศรีศัมพูกปัฏฏนะ ณ โรงงานสยามคราฟท์แล้ว ไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชมโบราณสถานที่
สำคัญ ร่วมสมัยกันกับศรีศัมพูกปัฏฏนะ ที่มีนามตามจารึกว่า "ศรีชัยสิงหปุระ" เป็นเมืองหลักของอาณานิคม
ด้านตะวันตก หนึ่งใน 6 ของ วิษัยนครของจอมกษัตริย์แห่งขอม พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ถูกเชื่อมต่อกับ เมือง
ลวปุระ (ลพบุรี) และสุพรรณภูมิปุระ (อยุธยา) หัวเมืองใหญ่ของอาณาจักร ด้วย ศรีศัมพูกปัฏนะ (ณ ใจกลาง
โรงงานสยามคราฟท์ในปัจจุบัน)
http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/06/25/entry-1 เวปบล็อคของคุณศุภศรุต ตอนเล่าเรื่อง
เมืองสิงห์
http://www.oknation.net/blog/voranai/2009/08/13/entry-1 อ่านเรื่องโดยสังเขปแห่ง"ศรีศัมพูกปัฏฏนะ
" วิษัยนครตะวันตก .....ที่สาบสูญ ณ ใจกลางแห่งโรงงานสยามคราฟท์กันอีกครั้งหนึ่ง เพื่อทบทวนความเกี่ยวพัน
ของ"ศรีชัยสิงหปุระ"ในฐานะเมืองเอกด้านแดนตะวันตกแห่งอาณาจักรขอมสมัยจอมกษัตริย์โดย คุณศุภศรุต
http://www.oknation.net/blog/SHUTTERTD/2007/09/25/entry-1
เวปบล๊อคของคุณ SHUTTERTD
บรรยายและแสดงภาพถ่ายอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ไว้โดยสังเขป

เมืองครุฑ
14° 2'54.04"N, 99°17'4.26"E เมืองครุฑ
14° 2'60.00"N, 99°17'0.00"E เขาเมืองครุฑ
14° 3'55.34"N, 99°19'48.61"E เขาพนมมาร
ถัดจากเมืองสิงห์ไปทางตะวันออก ห่างจากลำน้ำแควน้อยประมาณ 5 กม. มีเมืองโบราณขนาดเล็กเมืองหนึ่งตั้งอยู่ เป็นเมืองที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ขนาด 300 X 500 เมตร สัณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบไม่สม่ำเสมอ
ชาวบ้านเรียกว่า เมืองครุฑ เพราะกล่าวว่าเคยมีครุฑศิลาทราย อยู่เชิงเขาในเขตเมืองนี้ อันลักษณะการทำครุฑ
ด้วยหินทรายนั้น พบมากในศิลปสมัยลพบุรี และบริเวณเมืองครุฑ เมืองสิงห์ ก็ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลกัน จึงน่าจะเป็น
เมืองในยุคเดียวกันได้ เมืองครุฑนี้คงเป็นเมืองหน้าด่าน และอยู่ในเขตปกครองของเมืองสิงห์ก็เป็นได้
http://www.oknation.net/blog/voranai/2007/08/01/entry-1 เวปบล็อคของคุณศุภศรุต เล่าเรื่อง
เมืองครุฑ วิหารปักษาแห่งอารยธรรมขอมที่พบเพียงแห่งเดียวในไทย พบรูปสลักครุฑลอยขนาดตัวใหญ่ที่สุด
ในประเทศไทย โดยไม่พบส่วนหัวของรูปสลัก ตัวเมืองถูกค้นพบในปีพ.ศ. 2534 แต่เป็นที่ทราบกันทัวไป
ในหมู่ชาวบ้านถิ่นนั้นมาช้านานแล้ว จนมีการผสมผสานนิทานพื้นบ้านเข้ากับจินตนาการเรื่องเมืองร้างแห่งนี้
เกิดเป็นตำนานเมืองครุฑ
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=353207 เวปปล๊อคเล่าเรื่องเมืองครุฑ ณ เขาพนมมาร
โดยคุณ สุรศักดิ์ ชวยานันท์ เมืองครุฑ อยู่ที่ บ้านท่าตาเสือ ต. สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมืองครุฑห่างจาก
ปราสาทเมืองสิงห์ ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 6 กิโลเมตร ตามถนนราดยางไปบ้านเก่า แล้วเลี้ยวซ้ายที่หน้า
วัดท่าตาเสือ มีทางลูกรังเข้าไป ข้ามทางรถไฟใกล้สถานีท่าตาเสือ ผ่านสวนยางที่ชาวบ้านปลูกไว้ (ส่วนมากเพิ่ง
ปลูกไว้ได้ไม่นานนัก) ไปจนจรดเขาเมืองครุฑ อันเป็นที่ตั้งของเมืองครุฑที่อยู่ที่เชิงเขาลูกนี้

พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
14°21'0.16"N, 98°57'21.10"E
http://www.sadoodta.com/top100/travel.php?subaction=showfull&id=1193499268&archive
=&start_from=&ucat=62
เรื่องและภาพของช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่งความทรงจำ Hellfire Place Memorial
http://www.hellfirepass.com/museum_hellfire_pass.html เรื่องราวช่องเขาขาดพิพิธภัณฑสถานแห่ง
ความทรงจำ English language
http://bangkokdaytours.com/HistoricalSites/pics/HellfirePass07.gif ผังบริเวณทางเดินเท้า และตัว
อาคารพิพิธภัณสถานแห่งความทรงจำ Hellfire Pass Memorial
http://www.novabizz.com/Map/29.htm แผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี ตำแหน่งช่องเขาขาดอยู่ที่
หมายเลข 24

อุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรโยคใหญ่

ถ้ำละว้า

วัดสุนันทวนาราม
พระเจดีย์วัดสุนันทวนารามที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
14°32'6.52"N, 98°49'50.07"E ที่ฐานพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
14°32'24.39"N, 98°49'49.19"E ที่ทางเข้า-ออกวัดสุนันทวนาราม
เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๕ คุณสุคนธ์ ชาติตระการโกศล ทายาทของมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยายมราช (เสนาบดีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕) ได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุ แด่
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม ( ๑๑๗ ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี) ซึ่ง
พระบรมสารีริกธาตุองค์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบุคคลในบังคับของรัฐบาลเครือจักรภพ
อังกฤษ ในประเทศอินเดียขุดขึ้นได้จากสถูปบริเวณตำบลปิปราห์วะ แขวงเมืองบัสติ ประเทศอินเดีย ในปีพ.ศ. ๒๔๔๑ และในปีต่อมา รัฐบาลเครือจักรภพอังกฤษ ได้ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่ง
พระองค์ท่านได้ทรงประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับถวายนี้ไว้ในพระเจดีย์บรมบรรพต (ภูเขาทอง) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และได้พระราชทานส่วนหนึ่งของพระบรมสารีริกธาตุนี้แก่มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยายมราช หัวหน้าคณะผู้แทนผู้ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศอินเดีย
http://www.watpahsunan.org/ เวปไซต์วัดสุนันทวนาราม
http://www.watsunan.org/node/54 แผนที่เดินทาง
http://www.watsunan.org/node/53 แผนที่ภายในวัด

[กลับไปด้านบนของหน้า]




http://www.youtube.com/watch?v=AlgpW-ZrXho&feature=share&list=PLFF70FC618C9E75F8
http://youtu.be/n3-4sQbcIbs TITLE Traveler diary 1 โดย สุรพล สิทธิประสงค์
http://youtu.be/wgIwG7HU3h4 บันทึกนักเดินทาง ทองผาภูมิ B1 โดย สุรพล สิทธิประสงค์
http://youtu.be/5c7nr3GwzzM บันทึกนักเดินทาง ทองผาภูมิ B1 โดย สุรพล สิทธิประสงค์
http://youtu.be/gFlnMEOcERI บันทึกนักเดินทาง สี่สาวตามหาทองผาภูมิ B.1/4 โดย สุรพล สิทธิประสงค์
http://youtu.be/0Ld1pq9bg1Q บันทึกนักเดินทาง สี่สาวตามหาทองผาภูมิ B.2/4 โดย สุรพล สิทธิประสงค์
http://youtu.be/Kfe6YUXm7m4 บันทึกนักเดินทาง สี่สาวตามหาทองผาภูมิ B.3/4 โดย สุรพล สิทธิประสงค์
http://youtu.be/na6UG2VwQSg บันทึกนักเดินทาง สี่สาวตามหาทองผาภูมิ B.4/4 โดย สุรพล สิทธิประสงค์
http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=23&path=13996 เกษตร Hotnews-ไร่กาแฟที่ จ.กาญจนบุรี, เกษตรโลก เกษตรเรา ที่ บ้านสวนลุงยี



http://youtu.be/gORfI4N6Ufk Navigator 4Jun12 ควายป่า...มหิงสาฝูงสุดท้าย​แห่งห้วยขาแข้ง โดย NavigatorTikTun XD
http://youtu.be/SDJXAxb3xmc Navigator 5May11 เขื่อนเขาแหลม โดย navigatorTikTun
http://youtu.be/8MGuhux4_QM Navigator 1Mar2010 ทุ่งใหญ่นเรศวร โดย navigatorTikTun
http://youtu.be/NGHkoIpgZmY Navigator 5May05 ถ้ำเสาหิน โดย navigatorTikTun
http://youtu.be/-Ddw-x0fiYY น้ำตกผาสวรรค์ โดย navigatorTikTun
http://youtu.be/AyKR6IYQ_N4 เจดีย์พระธาตุโบอ่อง โดย Tat central_region
http://youtu.be/ay0960n-ysY Somsak Mining เหมืองสมศักดิ์ โดย คุณ สุรพล สิทธิประสงค์
http://youtu.be/Izu8jKWxIiM ดูปูราชินีทองผาภูมิ โดย คุณ มณฑล ตะวันตก
http://youtu.be/yi9LmfBXY6g The biggest butterfly in the world. ผีเสื้อทองผาภูมิ




ข้อมูล และลิ้งค์ที่น่าสนใจ .......................04
                    สถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ที่น่าสนใจในอำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี และอำเภอไทรโยค
                    เน้นสถานที่บนเส้นทางเดินทางสู่บ้านสวน และพื้นที่ใกล้เคียงบ้านสวนทวีชัยผาภูมิ
                          04.1 - https://www.facebook.com/tatkan TAT Kanchanaburi Fan Page
                          04.2 - ที่ท่องเที่ยวในอำเภอทองผาภูมิ  คลิ๊กที่นี่
                          04.3 - ที่ท่องเที่ยวในอำเภอสังขละบุรี  คลิ๊กที่นี่
                          04.4 - ที่ท่องเที่ยวในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี  คลิ๊กที่นี่

                    รวมลิ้งค์ Video ที่น่าสนใจเกี่ยวกับอำเภอทองผาภูิมิ และสังขละบุรี คลิ๊กที่นี่



[ย้อนกลับ ข้อมูล & ลิ้งค์ หน้า 00]


home
บ้านสวนทวีชัยผาภูมิ เบดแอนด์เบรคฟาสต์ บ้านเลขที่ 401/8 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 71180
สำรองห้องพัก 10:00 - 19:00 Mobile Phone : 089-5264135, 085-2903056  10:00 - 19:00 English Speaking Mobile Phone : 085-2903056
10:00 - 15:00 Front Desk Phone : 034-598978, 034-598979
E-mail Address : ban_suan@hotmail.com, bstc_phaphum@yahoo.com
https://www.facebook.com/BansuanThaveechaiphaphumBB
https://www.facebook.com/bansuan.thaveechaiphaphum
Latitude: 14°45'41.14"N Longitude: 98°34'24.32"E - http://goo.gl/uAVFgi
[Index]  [Home]    [00]  [01]  [02]  [03]  [04]  [05]  [06]  [07]  [08]  [09]  [10]  [11]  [ ]  [ ]  [ ]  [ ]  [ ]  [ ]    [ถัดไป]
[Index]  [Home]    [00]  [01]  [02]  [03]  [04]  [05]  [06]  [07]  [08]  [09]  [10]  [11]  [ ]  [ ]  [ ]  [ ]  [ ]  [ ]    [ถัดไป]
   https://www.facebook.com/bansuan.thaveechaiphaphum
   https://www.facebook.com/BansuanThaveechaiphaphumBB